วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การค้ามนุษย์

การแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก (การค้ามนุษย์)
           การแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก หมายถึง  การบังคับ ชักจูง  ส่งเสริม ยินยอม  หรือกระทำด้วยประการใด    ให้เด็กกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก 
           ทั้งนี้จากการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์  มูลนิธิกรจกเงา  พบว่ามีการนำเด็กมาแสวงหาผลประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ อันป็นการกระทำผิดกฏหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก[1] พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์[2] และกฏหมายอาญา[3]  เช่น


  • เป็นธุระจัดหาเด็ก เพื่อการค้าประเวณี
  • ประสงค์แห่งการค้า ทำ ผลิต เผยแพร่ จำหน่าย นำเข้า สื่อลามกอนาจารเด็ก
  • การรับเด็ก ทำงานในสถานประกอบการต้องห้ามตามกฏหมาย เช่น  โรงงานอุตสาหกรรมหนัก  สถานบันเทิงกลางคืน   เป็นต้น
  •  การค้ามนุษย์เดี๋ยวนี้มีการล่อลวงเด็กมาขายบริการทางเพศตามร้านคาราโอเกะ




กลุ่มเป้าหมาย
           เด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการถูกนำมาแสวงหาผลประโยชน์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของเด็กเร่ร่อนที่อาศัยพื้นที่สาธารณะหลับนอน  โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะเข้าไปตีสนิทและชักชวนเด็กๆ โดยการเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น เงิน  เกมส์  ของเล่น หรืออาหารให้  เพื่อเป็นการจูงใจให้เด็กเชื่อใจ แล้วจึงชักชวนเด็กไปทำงาน
           นอกจากนี้ยังพบว่า มีเด็กในครอบครัวที่ตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน คือ เด็กที่อยู่ในร้านเกมส์ หรือโต๊ะสนุ๊กเกอร์   โดยพวกมิจฉาชีพจะรู้ว่าเด็กต้องการเงินไปเล่นเกมส์ ก็มักจะเข้ามาตีสนิทและเสนอเงินให้เด็ก จากนั้นจึงชักชวนเด็กไปทำงาน
           โดยเด็กกลุ่มเสี่ยงมีอายุตั้งแต่ 10 – 18 ปี   ทั้งชายและหญิง ตลอดจนเด็กที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ


นิยามของเด็ก
          ที่ทำการศึกษาและสำรวจข้อมูลนั้น ให้หมายความรวมถึง บุคคลที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงสิบแปดปี ซึ่งมิได้จำกัดว่าเป็นผู้มีสัญชาติหรือเชื้อชาติใด ทั้งนี้การกำหนดขอบเขตของการศึกษาและสำรวจข้อมูลในบุคคลทีมีช่วงอายุดังกล่าวนั้น เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีความอ่อนด้อยทั้งทางด้านวัยวุฒิและคุณวุฒิ ประกอบกับเป็นผู้ไร้ความสามารถตามกฎหมาย จึงทำให้อาจถูกล่อลวงหรือถูกบังคับให้ต้องมาเป็นเครื่องมือของเหล่ามิจฉาชีพได้ ตลอดจนอาจกลายสภาพเป็นแรงงานเด็กภาคบังคับจากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ยากจน
          การศึกษาและสำรวจข้อมูลเด็กขอทานเป็นการเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่สำรวจพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมในบริเวณที่มีการนำเด็กมาขอทาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีประชาชนสัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมากในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และเมืองพัทยา ทั้งนี้เกือบทุกจุดที่มีการขอทานจะพบเห็นเด็กเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการร้องขอความเห็นใจในการบริจาคเงินเสมอ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาข้อมูลด้านการให้ความช่วยเหลือและการป้องกันแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เห็นทิศทางการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
          ทั้งนี้ ได้มีการศึกษาและสำรวจข้อมูลย้อนรอยเส้นทางการเคลื่อนย้ายเด็กจากพื้นที่ต้นทางในอำเภอแม่สอด อำเภอแม่สาย และอำเภออรัญประเทศ เพื่อให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่และปัจจัยที่มีผลต่อการนำเด็กเข้าสู่ขบวนการขอทาน
          การลงพื้นที่ศึกษาและสำรวจข้อมูลดังกล่าวพบว่า เด็กขอทานส่วนใหญ่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ คือ เด็กที่ถูกเคลื่อนย้ายมาจากประเทศกัมพูชาและอีกส่วนหนึ่งเป็นเด็กไร้สัญชาติจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
          การลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกซ้ำอีกครั้งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตากและในประเทศกัมพูชา เพื่อให้ได้ข้อมูลเป็นประจักษ์ว่าการเคลื่อนย้ายเด็กเพื่อเข้าสู่การขอทานในกรุงเทพมหานคร มีเบื้องหน้าและเบื้องหลังอย่างไร
          ข้อมูลที่ได้รับจากการสัมภาษณ์เด็กและครอบครัวที่เคยมาขอทานในกรุงเทพมหานคร ผู้นำชุมชน และองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ ทำให้ทราบถึงการเคลื่อนย้ายเด็กในรูปแบบขบวนการที่มีวิธีการชักจูง ล่อลวง และการนำพาเด็ก เข้าสู่วงจรขอทาน แต่กระนั้นก็ดี ยังพบว่ามีการขอทานในลักษณะจำยอมหรือสมัครใจ เนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจที่ยากจน เป็นปัจจัยบังคับให้ต้องมาขอทาน
ขอทาน [4]
         หมายถึง การขอเงินหรือสิ่งของเลี้ยงชีวิต แต่ข้อเท็จจริงจากการศึกษาและสำรวจข้อมูลดังกล่าวพบว่า การขอทานได้ถูกหยิบยกมาเป็นวิธีการหาเงินโดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือ ซึ่งมีผลประโยชน์ตอบแทนสูงให้แก่กลุ่มบุคคล หรือแม้กระทั่งคนในครอบครัวของเด็กคนนั้นเอง เป็นผลให้เกิดการขยายตัวจนมีการเคลื่อนย้ายเด็กเข้าสู่ขบวนการขอทานเพิ่มยิ่งขึ้น จึงทำให้นิยามของการขอทานเพื่อเลี้ยงชีพเริ่มเข้าสู่ภัยเงียบของ ธุรกิจเด็กขอทาน นั่นเอง
 “ธุรกิจเด็กขอทาน
          สมมติฐานแรกที่ตั้งขึ้นสำหรับการศึกษาและสำรวจข้อมูลการนำเด็กมาขอทานในพื้นที่เศรษฐกิจเพื่อหาคำตอบที่แท้จริงว่า เด็กที่กำลังนั่งขอทานอยู่นั้น มีกระบวนการเข้าสู่การขอทานในพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างไร มีขบวนการค้ามนุษย์นำพามาหรือเดินทางมาขอทานเอง เนื่องจากสภาพปัญหาความยากจนของครอบครัว

 หยุดสร้างบุญในธุรกิจบาป 
          วลีท้าทายในการรณรงค์เพื่อหยุดพฤติกรรมบางอย่างของคนในสังคม คงมิใช่ความกล้าหาญที่ปราศจากเหตุผลอันควรในการทำลายความตั้งใจดีของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ผู้ให้[5] แต่การตีแผ่เรื่องราวเบื้องหลังความดีงามของการทำทานเกิดขึ้นภายหลังจากการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งพบข้อมูลที่น่าสนใจว่ามีการหายตัวไปของเด็กบางคนที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมด้านมืดของเหล่ามิจฉาชีพ



[5] โชติกะ จิตบรรจง DMC RORUM
------------------------------------------
พรชัย สุนทรพันธุ์,ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และประมางกฏหมายอาญา,กรุงเทพฯ:บริษัท ธนธัชการพิมพ์ จำกัด,2551